19.11.68
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ในการจัดแสดงโขน ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี”

        จากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงห่วงใยว่าศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงโขน จะเลือนหายไป จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญและศิลปิน ศึกษาค้นคว้าศาสตร์และศิลป์ที่เป็นภูมิปัญญาของการแสดงโขน โดยใน พุทธศักราช 2546 เป็นต้นมา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ ได้ดำเนินการฟื้นฟูจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขนและเครื่องประดับทุกชนิดขึ้นมาใหม่ ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน และส่งเสริมให้ครูผู้เชี่ยวชาญโขนฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อสืบทอดการแสดงโขนต่อไป



        เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ดังกล่าว ในพุทธศักราช 2568 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” รอบปฐมทัศน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน เพื่อสืบทอด ธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป   ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


        โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หมายทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่พาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรปราบได้ ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังขาดความกตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ และทำให้พาลีกับสุครีพน้องชายเข้าใจผิดแตกกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพโดยฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ ชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ เป็นการแสดงโขนที่สร้างความประทับใจ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความบันเทิงให้กับผู้ชมครบทุกอรรถรส ได้ข้อคิดเรื่องของการรักษาสัจจะ รวมทั้ง ด้านคุณธรรม ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ รู้รักสามัคคี รู้จักหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ  “สัตยาพาลี” ชี้ให้เห็นคุณของความกตัญญูและโทษของความไม่รักษาสัตย์ และกล่าวถึงหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่ต้องตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความจงรักภักดีต่อแผ่นดินและผู้มีพระคุณ การต่อสู้ของทศกัณฐ์และพระราม (อวตารของพระนารายณ์) ย้ำให้มั่นใจว่าผู้มีจิตใจชั่วร้ายแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายปานใดก็ไม่สามารถดำรงตนไปได้นาน ฝ่ายผู้ยึดมั่นในธรรมะ แม้จะเผชิญอุปสรรคใด ๆ ก็จะชนะฝ่ายอธรรมเสมอ



         สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดง "โขน" ซึ่งเป็นนาฏกรรมไทยอันทรงคุณค่า มีความงดงามประณีต วิจิตรบรรจง ทั้งศิราภรณ์ พัสตราภรณ์ และเครื่องประดับ ยังผลให้นักแสดงและผู้เกี่ยวข้องกับโขน ได้ร่วมสนองพระราชปณิธานเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณนี้ ยังผลให้ในปี พ.ศ. 2561 องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นบัญชี “Khon, masked dance drama in Thailand” (การแสดงโขนในประเทศไทย) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการ อันแสดงเป็นประจักษ์ว่า "โขน" ซึ่งเป็นนาฏกรรมไทยชิ้นเอกนี้ ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกสมดังพระเจตนารมณ์แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง "พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย"



        ในรอบการแสดง มีผู้บริหารจากองค์กร บุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วน ทั้งใน และต่างประเทศ โดย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ร่วมชมการแสดงในครั้งนี้ด้วย  สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี พ.ศ. 2568 เรื่อง "สัตยาพาลี" นั้น ได้มีการตอบรับจากสาธารณชนอย่างดีเยี่ยม ต้องจัดให้มีการเพิ่มรอบการแสดงเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนต่อการแสดงที่ได้รับการชื่นชมว่า เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่งดงามและทรงคุณค่าของไทย ทั้งในระดับชาติ และระดับสากล