03.06.68
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย แถลง 7 ประเด็น เพื่อทบทวนนโยบาย Entertainment Complex ต่อการบริหารความเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ
 
 
      ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับ ENTERTAINMENT COMPLEX หรือ สถานบันเทิงครบวงจรของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดการเป็น เขตพัฒนาพิเศษเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของครอบครัวระดับโลกนำเสนอประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ที่คาดว่า จะสามารถสร้างรายได้กว่า 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี และมีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นเกิดอาชีพใหม่ และทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากกาสิโน และธุรกิจอื่นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ นั้น

      สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ได้วิเคราะห์ผลกระทบเชิงบวก - เชิงลบ และประเด็นทางสังคมแล้ว เห็นว่านอกจากผลเชิงบวกที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีทั้งการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท รายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว รายได้ของธุรกิจ ENTERTAINMENT COMPLEX การสร้างงาน/กระจายรายได้ และการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล แล้ว ก็ยังมีผลเชิงลบ อีกหลายประการ เช่นกัน อาทิ

      ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ จากการสำรวจวิจัย ต่อกรณี หากมีการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร รวมถึงกาสิโน ผลการสำรวจในหลายสำนัก พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็น ทั้ง 2 ประเด็น ทั้งที่มองว่า จะทำให้ภาพลักษณ์ลดลง และที่มองว่าจะไม่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ เป็นส่วนใหญ่

      ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ พบว่ายังมีความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ หลายประการ หลักประกันที่มีต่อการใช้เงินลงทุนที่มหาศาลอาจมีข้อผูกพันงบประมาณหรือภาระหนี้ในระยะยาว มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โครงการนี้อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศ การฟอกเงินผ่านกาสิโนและการพนัน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ระหว่างกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้ได้ประโยชน์-เสียประโยชน์ และปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ การเสียโอกาสของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในภาคบริการ ภาคท่องเที่ยว ที่มีอยู่เดิมที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทั่วประเทศ ย่อมเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อวงจรทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

      ผลกระทบทางด้านสังคม มีความกังวลการเติบโตของธุรกิจผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับการพนัน ค่านิยม การสร้างภาระปัญหาต่อหนี้สินครัวเรือน การติดการพนัน ปัญหาครอบครัว ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่อาจเพิ่มขึ้น ตลอดจนต้นทุนทางสังคมจากปัญหาการพนัน

      ความขัดแย้งของประชากรในประเทศ เนื่องจากประเทศไทย มีความละเอียดอ่อนในหลายด้าน จึงมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยที่ยังมีความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยเลย ต่อการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรในอัตราที่สูงไม่น้อย และขาดความเชื่อมั่น มีข้อขัดแย้ง กระแสต่อต้าน รวมถึงความเคลื่อนไหว กับแนวทางที่เกี่ยวข้องที่ยังขาดความชัดเจน

      สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย เห็นว่าจากสภาพการณ์ ดังกล่าว ยังมีความเสี่ยงหลายประการที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน จึงได้นำเสนอ 7 ประเด็นการบริหารความเสี่ยง เพื่อนำมาพิจารณา สำหรับรับมือต่อผลกระทบของประเทศ และทบทวนนโยบายการสร้าง Entertainment Complex ดังนี้
  1. ความเสี่ยงจากด้านมาตรการที่เกี่ยวข้อง ยังขาดการกำหนดมาตรการที่รอบคอบ รัดกุม ทั้งการออกกฎหมาย ระเบียบที่ครอบคลุม ชัดเจน เข้มงวด ระบบออกใบอนุญาตและตรวจสอบ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพนันและกาสิโน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่เกี่ยวข้อง การเรียนรู้จากกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับคุณลักษณะของประเทศ โดยมิให้เกิดผลกระทบทั้งต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ขนาดกลาง รายย่อย ธุรกิจชุมชน และภาคประชาชน
  2. ความเสี่ยงทางด้านความโปร่งใส ชัดเจน ของโครงการ ปัจจุบัน ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า ได้มีกลไกการบริหารที่โปร่งใส ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริต แสวงหาประโยชน์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการลงทุน และภาคประชาชน มีการศึกษาความต้องการของตลาด จำนวน ขนาดและลักษณะของโครงการที่จะลงทุนมีสอดคล้องเหมาะสมกับความเป็นจริง มีมาตรฐานในการจัดการ และการนำเสนอแผนสำรอง กรณีมีความผิดพลาด หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  3. ความเสี่ยงเกี่ยวกับการสร้างดุลยภาพ ระหว่างผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและผลกระทบทางด้านสังคม ยังไม่พบว่ามีการศึกษา วางกรอบแนวทางตั้งแต่โครงสร้าง การออกระเบียบ การลงทุน การจัดการที่มีต่อรายได้ มูลค่าทางเศรษฐกิจ กับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชน สังคม มีวิธีการ แนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  4. ความเสี่ยงต่อการบริหารกลไกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่รอบด้าน มีความจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานทางสังคม มีระบบเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เปิดให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม ในการกำกับดูแล เฝ้าระวัง เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา บรรเทาผลกระทบ ที่เป็นรูปธรรม
  5. การบริหารความเสี่ยงต่อการจัดสรรรายได้ที่เป็นธรรม ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และสังคม ต้องมีการกำหนดหน่วยงาน กรอบโครงสร้างในการบริหารรายได้ ที่คืนกลับต่อการพัฒนาประเทศและสังคม อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ มีการจัดสรรรายได้สำหรับฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเหมาะสม
  6. การบริหารความเสี่ยงทางด้านการสื่อสารอย่างมีคุณภาพและการรับฟังเสียงของภาคประชาชน การให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในประเทศ การสร้างการรับรู้ข้อมูลและข่าวสาร การมีส่วนร่วม การเผยแพร่ มีการติดตามข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้น มีช่องทาง เวทีการรับฟังข้อเสนอ เสียงสะท้อนของประชาชน ชุมชน สังคม อย่างกว้างขวาง จริงจัง เพื่อนำไปแก้ไข ปรับปรุง ปฏิบัติ รายงานผล มีระบบการสื่อสารที่เป็นเชิงรุก รวดเร็ว มีนวัตกรรม สามารถเข้าถึงง่าย
  7. การบริหารความความเสี่ยงที่อาจเกิดต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของประเทศ ยังขาดแนวทางการบริหารภาพลักษณ์ที่ชัดเจน มิให้กระทบต่อชื่อเสียง เอกลักษณ์ของประเทศ บริบททางวัฒนธรรม และความดีงาม อันเป็นจุดเด่นที่ได้มีการรับรู้จนได้รับการยอมรับถึงคุณค่า ในระดับสากลมาอย่างยาวนาน

      จะเห็นถึง ความกังวลของผู้คนเป็นจำนวนมากในประเทศ ที่มีต่อการลงทุนขนาดใหญ่ด้วยงบประมาณมหาศาล โดยพาะอย่างยิ่ง ก็คือการเป็นแหล่งการพนัน ที่มีกาสิโน รวมอยู่ใน ENTERTAINMENT COMPLEX แม้ว่า ผู้เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันว่า มีกาสิโนอยู่ไม่เกิน 10% ก็ตาม ในขณะที่ประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสืบเนื่องจากกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย และปัญหาระหว่างประเทศเกี่ยวกับชายแดน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลต้องเร่งหามาตรการแก้ไข และทางออกกับปัญหาเหล่านี้ อย่างเร่งด่วน

………………………………………………………………

รู้จัก ENTERTAINMENT COMPLEX

      ENTERTAINMENT COMPLEX หรือ สถานบันเทิงครบวงจรของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดการเป็น เขตพัฒนาพิเศษเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของครอบครัวระดับโลก ที่เป็นศูนย์รวมสำหรับการพักผ่อน และความบันเทิง ประกอบด้วยบริการ หลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับครอบครัว ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย อาทิ สถานที่จัดงานประชุม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร พื้นที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และสินค้า OTOP สวนสนุก สนามกีฬา สวนน้ำ / สระว่ายน้ำ ยอร์ช/ครูซซิ่งคลับ และกาสิโน เป็นต้น โดยรัฐบาลวางแผนเปิดในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ (ท่าเรือคลองเตย) สมุทรปราการ (บางกะเจ้า) เชียงใหม่ ภูเก็ต และพื้นที่ EEC ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2576



      ความเป็นมาของ ENTERTAINMENT COMPLEX รัฐบาลได้มีแนวคิดในการยกระดับในการพัฒนาศักยภาพของประเทศ ในหลากหลายมิติ อาทิ กระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมการท่องเที่ยว การสร้างงาน ที่หลายประเทศได้เลือกใช้และประสบความสำเร็จมาแล้ว รวมถึงจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เช่น ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และกลุ่ม UAE เป็นต้น

      โดยได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “THAILAND ENTERTAINMENT COMPLEX สถานบันเทิงครบวงจร” นั้น มาจากแนวทางตามนโยบายที่ 7 ที่รัฐบาลจะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destinations) เช่น สวนน้ำ สวนสนุก ศูนย์การค้า สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) นำคอนเสิร์ต เทศกาล และการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาจัดในประเทศไทย (จากคำแถลงนโยบาย ของนายกรัฐมนตรี)

      ผลจากโครงการดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลต่อการกระตุ้นที่สำคัญในหลายด้าน อาทิ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การสร้างงาน มีรายได้เพิ่มให้กับรัฐที่สามารถนำรายได้นี้ ไปใช้พัฒนาประเทศ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ระบบดูแลสังคม ระบบการศึกษา และการสร้างสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงขึ้นมาก คาดการณ์ ได้ ดังนี้

      ด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจะเกิดการลงทุนจริงเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่ม ส่งผลต่อเศรษฐกิจวงกว้าง

      ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 5% ถึง 10% ต่อปี กระตุ้นการใช้จ่ายช่วง Low season เพิ่ม 13% ทำให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทั้งปี นอกจากนั้นยังเพิ่มการใช้จ่าย 66,043 บาท / คน / ทริป จาก 44,000 บาท/คน/ทริป

      ด้านการสร้างงาน คาดว่าจะสร้างการจ้างงานได้อย่างน้อย 9,000 - 15,300 ตำแหน่ง (เทียบเท่ากับการเพิ่มขึ้นของอัตราการจ้างงานคนไทย 0.03-0.05%)นอกจากนั้นยังพัฒนาศักยภาพแรงงานในประเทศ และการจ้างงานจากธุรกิจต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มการจ้างงานโดยอ้อม (เช่น งานด้านการออกแบบ) การจ้างงานโดยชักนำ (เช่น การขนส่งสิ่งของ การโดยสาร) การจ้างงานเพิ่มเติมในสถานบันเทิงครบวงจร และธุรกิจโดยรอบรวมไปถึงตำแหน่งระดับบริหารจัดการ

      ด้านการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ มีการคาดการณ์ว่า จะสร้างรายได้ให้รัฐประมาณ 12,037-39,427 ล้านบาทต่อปีแบ่งเป็นรายได้ภาษีจากกิจการอื่น ๆ อาทิ โรงแรม สวนสนุก (8,773 - 35,093 ล้านบาทต่อปื) รายได้จากกิจการกาสิโน อาทิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ภาษีการเล่นพนัน ขั้นต่ำ 3,264 ล้านบาทต่อปี นอกจากนั้นยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้ากาสิโนอีก ขั้นต่ำ 3,700 ล้านบาทต่อปี

กรณีศึกษาจากการสร้างสถานบันเทิงครบวงจรในนานาประเทศ

      จากการสร้างสถานบันเทิงครบวงจรในนานาประเทศ ก่อนหน้านี้ ได้มีตัวเลข ผลและประเด็นข้อพิจารณาจากหลายๆ ประเทศ ที่แสดงการเปลี่ยนแปลง อาทิ ทางด้านเศรษฐกิจพบว่า มาเก๊า มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจร 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี สิงคโปร์ มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจร 4.3 แสนล้านบาทต่อปี เกาหลีใต้ มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจร 3.2 แสนล้านบาทต่อปี ฟิลิปปินส์ มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจร 2.2 แสนล้านบาทต่อปี, , เวียดนาม มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจร 1.8 แสนล้านบาทต่อปี โดยจากกรณีศึกษา พบว่าขนาดตลาด 54 ล้านล้านบาทในปี 2565 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 7% นอกจากนั้นจำนวน 4 ใน 7 ประเทศที่มีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจรสูงสุดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) สะท้อนถึง แนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาค จากกรณีศึกษาผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ GDP เป็น 1-2% การลงทุนจากต่างประเทศ 3 แสนล้านบาท รายได้ภาษีเพิ่มขึ้น 4.4 แสนล้านบาท จำนวนท่องเที่ยวเติบโต 47% (ช่วงปี 2553-2566) นอกจากนั้นยังมีการจ้างงาน 20,000 ตำแหน่ง เป็นต้น

      ทั้งนี้ ในส่วนของการประเมินผลกระทบทางด้านสังคม ทั้งที่เกิดขึ้นในทางตรง และทางอ้อม ในแต่ละประเทศนั้น ยังมิได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้องนำโครงสร้าง บริบททางสังคม ของแต่ละประเทศ มาศึกษาเทียบเคียงด้วย