15.06.59
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ร่วมชมการแสดง "ธีรราชา เดอะมิวสิคคัล" ละครสร้างชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๖
 
            ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย พร้อมด้วยคุณศักดิ์ชัย เรืองกิตติกุล อุปนายกสมาคมฯ ร่วมชมการแสดงละครเพลงยิ่งใหญ่"ธีรราชา เดอะมิวสิคคัล" ละครสร้างชาติเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ กระตุ้นจิตสำนึก"ความรักชาติ" ในโอกาส ครบ ๑๐๓ ปี ธนาคารออมสิน โดยได้รับการต้อนรับจาก คุณวินัย สิทธิไวทยาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน ณ เมืองไทย รัชดาลัย เธียเตอร์

            จากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้"พระราชบัญญัติคลังออมสิน เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๕๖ ทั้งยังพระราชทานเงิน ๑ แสนบาท เพื่อเป็นทุนประเดิม โดยมุ่งหมายให้คลังออมสินเป็นรากฐานในการฝึกให้ราษฎรได้รู้จักการออม เพื่อให้มีทรัพย์ใช้สอยในยามจำเป็นและได้รับดอกผลตามสมควร จากนั้นมาคลังออมสินพัฒนาและเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นธนาคารออมสิน สถาบันการเงินของรัฐที่มั่นคงและอยู่คู่คนไทย ธนาคารออมสินจึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้สถาปนาธนาคารโดยอัญเชิญพระราชสมัญญานาม"สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า" ซึ่งมีความหมายว่า "มหาราชผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์ มาเป็นมงคลนามในการจัดสร้างละครเพลง"ธีรราชา เดอะ มิวสิคัล" โดยน้อมนำวิสัยทัศน์ในการปกครองและพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทรงได้รับการถวายพระเกียรติ ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้นำศิลปะมาพัฒนาประเทศ มาเป็นแรงบันดาลใจในจัดทำบทละคร ทั้งนี้ การจัดสร้างละครเพลง"ธีรราชา เดอะมิวสิคัล" นอกจากเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์และเพื่อกระตุ้นจิตสำนึก"ความรักชาติ"ที่ทรงวางเป็นอุดมการณ์แห่งชาติไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ต่ออนุชนรุ่นหลังด้วย



………………………………………………………………………………………………………………………………

เรื่องย่อ "ธีรราชา เดอะ มิวสิคัล" ละครสร้างชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระธีรราชเจ้า

            ละครพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พ.ศ. ๒๔๖๘ ช่วงเวลาที่เป็นรอยต่อแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้คนวุ่นกับการติดต่อค้าขายและการศึกษาสมัยใหม่ ประชาชนต่างตื่นตัวกับการถ่ายทอดความคิดเห็นผ่านหน้าหนังสือพิมพ์


            “ชัย”หรือ“หลวงชัยพิเทศ” ข้าราชการหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งคลังออมสิน ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์จนโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว จน “คุณพระบริภัณฑ์รักษา”เจ้านายของชัยส่งตัวไปช่วยงาน “เจ้าพระยาเสนาภักดี”ซึ่งมอบหมายให้ชัยร่วมแสดงละครพระราชนิพนธ์ “เวนิสวาณิช”ซึ่งจะจัดแสดงในงาน “สยามรัฐพิพิธภัณฑ์”งานเอ็กซ์โปใหญ่ของประเทศ ชัยดีใจที่หน้าที่การงานของตนกำลังเจริญก้าวหน้า ทั้งยังมีหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งในคลังออมสินขึ้นแทนคุณพระที่กำลังจะไปประจำที่ยุโรป แต่ชัยก็ต้องหงุดหงิดกับปัญหาหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องบทความของชัยโดนโต้กลับอย่างเผ็ดร้อนลงหนังสือพิมพ์โดยผู้เขียนปากกาว่า “นิรนาม”และยังมาเจอกับ “เทิด”หรือ “ร้อยเอกหลวงเทิดบดินทร” นายทหารรักษาวังที่เปิดฉากเป็นอริกันตั้งแต่วันแรกที่พบที่เลวร้ายที่สุดคือพ่อแม่จะจับคลุมถุงชนให้ชัยแต่งงานกับกุลสตรีจากครอบครัวข้าราชการชั้นผู้ใหญ่


            การซ้อมละครเป็นไปอย่างทุลักทุเล ในขณะที่ชัยเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความเชื่ออย่างสุดโต่งว่าการพัฒนาชาติอย่างตะวันตกจะพาให้สยาม “ศิวิไลซ์” เทิดกลับเห็นตรงกันข้าม แม้ว่าทั้งคู่มีสิ่งที่เหมือนกันคือความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่กลับไม่ได้เข้าใจพระวิสัยทัศน์อย่างแท้จริงเลย นอกจากนี้ยังมีตัวป่วนคือ “นายทองคำ”พ่อค้าคหบดีและ“แม่กำไล” ผู้เป็นลูกสาว ที่มาก่อความวุ่นวายในการซ้อมละคร ชัยถูกมอบหมายให้ซ้อมละครเป็นนางปอร์เชีย ตัวละครหญิงในบทพระราชนิพนธ์แปลเรื่องเวนิสวาณิช ทำให้เทิดเยาะเย้ยไม่สิ้นสุด โชคยังเข้าข้างเมื่อเจ้าพระยาเสนาภักดีมอบหมายให้ “ประยงค์” มารับบทเป็นนางปอร์เชียแทน ชัยจำได้ว่าประยงค์คือหญิงสาวที่ตนเคยแย่งซื้อหนังสือพิมพ์ในวันที่บทความของ “นิรนาม” ออกวันแรก ชัยและ“นิรนาม”ผลัดกันนำเสนอบทความในมุมมองของตน ชัยเริ่มยอมรับว่ามุมมองของ “นิรนาม” เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศไม่ต่างจากตน จากคู่แข่งจึงเริ่มจะกลายเป็น “สหาย” แต่กับอริอย่างเทิดนั้นความขัดแย้งยังคงเดิม ไม่ว่าจะพบเจอกันที่ใด ทั้งสโมสร ร้านก๋วยเตี๋ยวราชวงศ์ หรือแม้แต่ที่คลังออมสิน ณ ศุลกสถาน (โรงภาษี)ชัยและเทิดต่างก็ไม่มีใครยอมกันจนความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การซ้อมละครเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ความหวังของชัยเริ่มคลอนแคลนเมื่อได้พบว่า ตนอาจไม่ได้เลื่อนตำแหน่งในคลังออมสินอย่างที่คาดไว้ชัยถูกติดสินบนโดยกลุ่มชายแปลกหน้า ให้เขียนบทความสนับสนุนการหาผลประโยชน์ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชัยเข้าใจว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือเจ้าพระยาเสนาภักดีและมัวแต่กังวลกับเรื่องนี้จนลืมไปว่าต้องดูตัวสตรีที่พ่อแม่หมั้นหมายไว้ให้ แม้พยายามจะหลีกเลี่ยงแต่ชัยก็ต้องไปจนได้ซึ่งทำให้ชัยพบว่า แท้จริงหญิงสาวที่ตนถูกบังคับให้แต่งงานด้วยคือประยงค์ชัยมีโอกาสได้รู้จักประยงค์มากขึ้น ทำให้ชัยเริ่มมองประยงค์ในมุมที่เปลี่ยนไป


            เทิดสารภาพรักกับประยงค์ และต้องอกหักเมื่อสังเกตเห็นว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ประยงค์มีความรู้สึกที่ดีให้คือชัย เทิดได้เห็นเหตุการณ์ที่ชัยถูกขมขู่ เทิดจึงไปสืบหาความจริงแล้วได้พบว่า แท้จริงแล้วเจ้าพระยาเสนาภักดีร่วมวางแผนกับเสือป่าเพื่อจับตัวคนร้ายเพื่อจะสาวไปถึงขุนนางระดับสูงที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ชัยสืบหาความจริงเรื่องนิรนามเพื่อจะเตือนว่า นิรนามตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับตน และได้พบว่าแท้จริง นิรนาม คือประยงค์ ทั้งสองเป็นห่วงซึ่งกันและกันมาก


            ในวันซ้อมฉากสำคัญ เจ้าพระยาเสนาภักดีเทิด และเสือป่าต่างดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมีประยงค์ซึ่งได้ทราบแผนในเช้าวันนั้นเองยอมเป็นตัวล่อคนร้ายให้ ในเวลาเดียวกันชัยได้ทราบข่าวร้ายจากคุณพระว่าตนเองพลาดหวังจากตำแหน่งที่คลังออมสิน ชัยมั่นใจว่าเป็นเพราะเขาล่วงรู้ความลับของเจ้าพระยาสนาภักดีและตั้งใจจะเปิดโปงเพื่อความถูกต้องและความยุติธรรม ในระหว่างการซ้อมนั่นเอง ชัยซึ่งไม่รู้แผนการใดๆ ก็แอบซุ่มจับตัวมือปืนที่จะลอบยิงประยงค์และบังคับให้เจ้าพระยาเสนาภักดีสารภาพการกระทำด้วยความเข้าใจผิดของชัยทำให้มือปืนเกือบหนีรอดไปได้ โชคดีที่เสือป่าเข้าคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทุกคนได้พบว่าคนว่าจ้างมือปืนคือนายทองคำ กำไลขอให้พ่อยอมสารภาพ ในที่สุดนายทองคำก็ยอมที่จะให้การถึงขุนนางระดับสูงผู้อยู่เบื้องหลังการฉ้อราษฎร์บังหลวงนี้ชัยโกรธมากที่เหตุใดตนจึงไม่ทราบแผนการแต่ผู้เดียว และได้ทราบว่าเป็นเพราะเทิดไม่ยอมบอกทั้งที่เจ้าพระเสนาภักดีสั่งให้ชัยร่วมแผนการด้วย ชัยและเทิดจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงจนแทบจะลงไม้ลงมือกัน ประยงค์เข้าห้ามจนกลายเป็นร่วมทะเลาะไปด้วยอีกคนหนึ่งในที่สุดเจ้าพระยาเสนาภักดีจึงต้องเข้าปราม


            เจ้าพระยาเสนาภักดีสั่งสอนทั้งสาม โดยยกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นแบบอย่างเมื่อพระองค์ทรงต้องรับศึกสองด้าน ทั้งจากขุนนางยุคเก่าที่เสียประโยชน์จากการผลัดแผ่นดิน และจากคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ตั้งใจจะล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชถึงขั้นจะลอบปลงพระชนม์ มีกลุ่มคนกล่าวหาว่าในหลวงทรงโกงแผ่นดิน ทั้งที่ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อกอบกู้สถานการณ์ แต่ในที่สุดก็ทรงพาสยามรอดพ้นวิกฤตการณ์มาได้เรื่องเล่านี้ทำให้เทิด ชัย ประยงค์สะเทือนใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก และเรียนรู้ที่จะเปิดใจและเข้าใจอีกฝ่าย ที่แม้ความคิดจะไม่ลงรอยกันแต่ก็มีจุดยืนเดียวกันคือความตั้งใจดีต่อประเทศชาติและความภักดีต่อพระมหากษัตริย์ วันเวลาผ่านไป แต่สิ่งที่สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าได้ทรงริเริ่มไว้ อาทิ คลังออมสิน ยังคงยืนหยัดท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงของโลก และได้เติบโตผ่านกาลเวลาจวบจนถึงวันนี้



 

 

 
Free Vector Art by Vecteezy.com