15.11.58
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พัฒนาผู้บริหาร ในหลักสูตร ผู้บริหารมหานครระดับสูง
 
        กรุงเทพมหานคร จัดอบรมหลักสูตร ผู้บริหารมหานครระดับสูง เพื่อเสริมสร้างบุคลากร ใน ระดับบริหาร ให้มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรมที่โดดเด่นเป็นแบบอย่าง มีความสามารถในการนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ ให้บรรลุเป้าหมาย เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประชาชน

        ในการนี้ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ได้บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรและผู้บริหาร” โดย สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหลักสูตรพัฒนานักบริหารตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานบริหารของกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเน้นองค์ความรู้ ด้านการบริหารจัดการมหานครให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารกรุงเทพมหานครและกระแสความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน หลักสูตรการฝึกอบรม ประกอบด้วย ๕ หมวดวิชา ได้แก่ หมวดการพัฒนาภาวะผู้นำ หมวดการบริหารมหานคร หมวดการบริหารทรัพยากร หมวดคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต และหมวดการเสริมสร้างประสบการณ์ และบูรณาการความรู้ ด้านการประเมินผล

        โดย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ ได้กล่าวถึง การสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรและผู้บริหาร ว่า “สิ่งที่ผู้บริหารสื่อสาร จะต้องสะท้อนให้ผู้รับสารเชื่อถือในคุณลักษณะของ เนื้อหาเหล่านั้น การแสดงออก เนื้อหา กิจกรรม สื่อต่างๆ ที่ใช้ ที่จำเป็นต้องสะท้อนตัวตนจริง ซึ่งรูปแบบการดำเนินชีวิตนั้นๆ ได้สนับสนุนภาพลักษณ์ขององค์กร … ผู้บริหาร จะต้องร่วมกันสื่อสาร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจูงใจให้พนักงานทุกระดับพร้อมที่จะทำงานด้วยการสะท้อนลักษณะพิเศษอันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยความรับรู้และเข้าใจ เนื้อหาและสิ่งที่นำเสนอคือเป็นคำมั่นสัญญาให้แก่ กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับสาร นั่นคือทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิตส่วนตัว ได้สื่อสารผ่านผู้บริหารเหล่านั้น ที่จะเป็นทูตที่ดีขององค์กร จะเห็นได้ว่าภาพลักษณ์ของผู้บริหาร ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ตัวของผู้บริหารเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับทุกส่วนขององค์กร โอกาส และความสำเร็จขององค์กร ที่ต้องใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่เหมาะสม โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้พิจารณา ตัดสินกับความสำเร็จนั้น เพื่อความอยู่รอด มั่นคงและเติบโตขององค์กร”

        ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวได้จัดขึ้นตามนโยบายในการจัดการเมืองเพื่อเป็นต้นแบบด้านการบริหารมหานคร โดยปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการบริการจัดการเมืองให้เกิดประสิทธิภาพได้นั้น คือ ผู้นำองค์กรซึ่งต้องเป็นนักบริหารยุคใหม่ต้องมีความตื่นตัวในการเรียนรู้และความมุ่งมั่นในการพัฒนา และปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกแบบบูรณาการ รวมถึงประสานการทำงานจากทุกภาคส่วน จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการเรียนรู้ ทั้งการเรียนจากประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทำงานร่วมกัน การสัมผัสและเข้าถึงสถานการณ์จริง เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด เป็นการเพิ่มพูนทั้งความรู้ความสามารถ ในเชิงสหวิทยาการ ประสบการณ์ที่หลากหลายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของนักบริหาร เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารตน บริหารคน และบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 
Free Vector Art by Vecteezy.com