01.11.58
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย บรรยาย "การประชาสัมพันธ์ในยุคปฏิรูป" ให้กับ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
 
        ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ได้รับเชิญจาก สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อบรรยายในการสัมมนาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากร หัวข้อ "การประชาสัมพันธ์ในยุคปฏิรูป" ห้องประชุม ๓๐๑ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล

        สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีภารกิจในการแจ้งข่าวสาร ให้ข้อมูลเกี่ยวรัฐบาล การประชุม วาระงานประจำทำเนียบ และแจ้งข่าวสารที่สำคัญอื่นๆ จากทำเนียบรัฐบาล ในการสัมมนา ดังกล่าว ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ ฯ ได้บรรยาย พร้อมให้ข้อคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และตอบข้อซักถามและนำไปสู่การประชาสัมพันธ์ในยุคปฏิรูป ให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างแนวโน้มการรับสื่อของภาคประชาชน โดยกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี คนล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปรับบทบาทจากผู้นำทหารที่รับบทกำกับ แก้ไขและควบคุมสถานการณ์ ให้กลับคืนสู่ความสงบ สู่การเป็นผู้บริหารที่ดูแล พัฒนา วางรากฐานและจัดการองค์รวมของประเทศ รวมถึงแนวทางสื่อสารภาพลักษณ์ของไทยที่รออยู่ นายกรัฐมนตรี ครม.ทั้งคณะ ต่างเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นนักบริหารที่คนไทยคุ้นเคย ทราบและยอมรับผลงานเป็นอย่างดี ที่ได้เข้ามาบริหารขับเคลื่อนประเทศไทย ขณะที่ประเทศของเรายังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เพราะยังอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ และปัญหามากมายที่รอการแก้ไข การพิสูจน์ฝีมือของผู้บริหารเหล่านี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองของคนทั้งชาติ รวมถึงในเวทีโลก

        ประชาชนต้องการเห็น ศักยภาพของประสบการณ์เหล่านี้ ในแง่มุมใหม่ กว่าที่เคยเห็นอยู่เดิม หรือเคยทำมาก่อนหน้านี้ เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ มีความเป็นมืออาชีพ ที่สามารถแก้ปัญหาเดิมและวางรากฐานสำหรับระยะยาวที่จะเกิดผลดีอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคตได้ การรับฟังความคิดเห็นและสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ที่สำคัญ คือการต่อต้านการคอร์รัปชัน ต้องแสดงความโปร่งใส ชัดเจน สามารถให้ประชาชนได้เห็น มีช่องตรวจสอบได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในการลงทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณสูง ดังนั้น ครม.ใหม่ต้องยึดหลักความซื่อสัตย์ โปร่งใส ให้เกิดความชัดเจนและเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งปัญหาที่เกิดใหม่รวมถึงที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อแสดงการเป็นพึ่ง ที่วางใจ ทำให้เห็นผลงานได้รวดเร็ว

        ภาพลักษณ์ของประเทศในองค์รวม เป็นอีกภารกิจที่ ครม.และผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจฟื้นฟูเป็นพิเศษ แม้ว่าจะยากยิ่งก็ตาม แต่ใช้การสื่อสารและประชาสัมพันธ์แบบใหม่ที่ใช้งบประมาณไม่มากแต่ได้ผลตอบรับที่ดีและรวดเร็ว

        นอกจากการคืนความสุข ความสงบให้กับคนในประเทศแล้ว การจัดการภาพลักษณ์ของประเทศอย่างเร่งด่วน นั่นคือการที่ต้องมาวิเคราะห์ กำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ภาพลักษณ์และการสื่อสารของประเทศ นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับเรื่องยุทธศาสตร์ภาพลักษณ์ของประเทศ ที่จะได้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนที่ต้องสร้าง ปรับปรุง แก้ไข และขยายต่อยอดจากจุดเด่นต่างๆ ทั้งการส่งเสริมสถานที่ ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ความปลอดภัย นโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน แนวทางปัญหาโครงสร้างทางสังคม การสร้างความน่าเชื่อถือของผู้นำทั้งบุคคล องค์กรที่เกิดขึ้นในประเทศและเวทีนานาชาติ

        ขณะเดียวกันภาพรวมของประชาชนในชาติก็สำคัญยิ่ง ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ อัตลักษณ์และค่านิยมของคนไทย ตลอดจนความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ เอกลักษณ์ของความเป็นไทย การให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง นับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปลูกฝังอัตลักษณ์ รณรงค์แนวคิดหลักที่ชัดเจน แพร่หลาย สำหรับสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นข้างหน้า สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นองค์รวมแบบบูรณาการเพื่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ ปฏิบัติจากทุกหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ เกิดแรงบันดาลใจ ดำเนินไปในแนวทางเดียว

 

 

 

 

 
Free Vector Art by Vecteezy.com