28.08.54
 
สื่อบุคคลกับการสื่อสารภาพลักษณ์และการพัฒนาองค์กร
 
        ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย รับเชิญจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การพัฒนาสื่อบุคคลเพื่อพัฒนาองค์กร”ให้กับนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่ศึกษาเกี่ยวกับ การสื่อสารและวาทนิเทศปริทรรศน์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ้ง ศรีอัษฎาพร ให้การต้อนรับ ณ อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

        เนื้อหาที่สำคัญประกอบด้วย Image Management / Problem of the organization / Discovering communication trend after great-recession / Your Triangle of Life / Your Q’s & Personality / Employees Engagement Building Factor และ Personal Media Development

       ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า สื่อบุคคล (Personal Media) นั้นมีความสำคัญยิ่งต่อการสื่อสารภาพลักษณ์และการพัฒนาองค์กร ไม่น้อยไปกว่าสื่ออื่นๆ ทั้งการสื่อสารภายนอกและภายในองค์กร ก่อให้เกิดทั้งความเข้าใจอันดีและภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย

       หัวใจสำคัญของการใช้สื่อบุคคล ที่อาจเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารหน่วยงาน หรือตัวแทนที่มอบหมายและตั้งขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในการสื่อความต่างๆ โดยใช้การติดต่อสื่อสารเพื่อ ความเข้าใจอันดี และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับกลุ่ม หรือบุคคล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสนับสนุน ซึ่งความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีจะเกิดขึ้นต้องใช้การติดต่อสื่อสารเป็นเครื่องมือสำหรับนำข้อมูลหรือเนื้อหาสาระ จากองค์กรไปยังอีกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ


        สื่อบุคคลจัดได้ว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสาร ที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ขององค์กรสู่เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความน่าเชื่อถือ โน้มน้าวจิตใจ เนื่องจากเป็นการสื่อโดยตรง อาศัยการพูด เช่น การให้สัมภาษณ์ การประชุม การพบปะพูดคุย การสนทนา การสอน การอภิปราย การปาฐกถา ในโอกาส ต่างๆ รวมถึงการสื่อความผ่านสื่อสารมวลชน สื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมที่จัดขึ้น แต่ข้อจำกัดของสื่อบุคคลก็คือ เป็นสื่อที่ไม่ถาวร ยากแก่การตรวจสอบและอ้างอิง เว้นแต่ได้บันทึก ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ขณะที่การสื่อความในเรื่องซับซ้อน การใช้คำพูดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสื่อสารที่ดี จะทำให้ผู้รับสารมีความเข้าใจกระจ่างชัดและตัดสินใจรับสารได้อย่างมั่นใจขึ้น

ปัจจัยที่จะทำให้ สื่อบุคคลมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของบุคคลนั้น ประกอบด้วย
 
  1. การสร้างการยอมรับด้วยเหตุผล ช่องทางการสื่อสารระหว่างบุคคล นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจในฐานะผู้ถ่ายทอดข่าวสาร เป็นแหล่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพและความน่าไว้วางใจ แต่มักไม่ได้รับความน่าเชื่อถือในแง่เนื้อหาของสารหากไม่มีเหตุผลที่พอเพียง
  2. การสร้างความคุ้นเคย การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่ เป็นกันเอง นั้น ทำให้เกิดการคล้อยตาม ชักจูงได้ง่าย
  3. การสื่อสารแบบเผชิญหน้า ทำให้สามารถปรับปรุงเนื้อหา ประเด็น วิธีการ ให้เหมาะสมกับคู่สนทนา หรือสถานการณ์ได้ง่ายกว่า
  4. การสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้รับสารส่วนใหญ่มักจะเชื่อถือ ความคิดเห็นของผู้ที่รู้จัก คุ้นเคยและนับถือมากกว่าบุคคลที่ไม่รู้จักมาก่อน
  5. การบริหารความขัดแย้ง การสนทนาของผู้รับสารที่มีความเชื่อขัดแย้ง หรือมีทัศนคติต่อต้านที่รุนแรงโดยไม่มีการเตรียมตัวหรือข้อมูล ทางเลือกที่ดีพอ
  6. เข้าใจเจตนารมย์ / วัตถุประสงค์ / เป้าหมายขององค์กร ผู้สื่อสารต้องเข้าใจเจตนารมย์ขององค์กร และมีทักษะและระดับของการตัดสินใจในระดับหนึ่ง
  7. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสื่อความด้วยบุคคลภายนอก หรือการที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลที่รับฟังได้ มีที่มาที่ชัดเจน
  8. การประเมินและเตรียมรับมือ การสื่อสารต้องมีการประเมินผลกระทบรอบด้านและมีแนวทางการรองรับ รับมือ หรือแก้ไขได้ทันท่วงทีกรณีเกิดวิกฤตที่คาดไม่ถึง
 

        การสื่อสารด้วยสื่อบุคคลที่ดี ควรนำเอาหลักการ การสื่อสารต่างๆ มา ประยุกต์ใช้ มากกว่าจะยึดถือกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ต้องใช้ความเข้าใจด้วยการศึกษาข้อมูลที่รอบด้าน มีความสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้น จึงเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร สิ่งสำคัญของการสื่อความด้วยบุคคล จะต้องใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวเป็นหลัก ดังนั้น คุณสมบัติส่วนตัวของผู้สื่อสาร จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของการสื่อความนั้นๆ

 

 

 

 
Free Vector Art by Vecteezy.com